fbpx 5 วิธีเรียนรู้การจับเทรนด์! | Zanroo

ในยุคนี้การที่เราสามารถรู้เทรนด์สามารถช่วยให้เราได้เปรียบในตลาดอย่างมากในการทำธุรกิจ

แต่คำถามก็คือ จะรู้ได้อย่างไรว่า เรื่องไหนที่กำลังจะได้รับความนิยม?

 

แล้วเทรนด์คืออะไร?

 

ถ้าจะให้อธิบายง่ายๆก็คือ เรื่องราว หรือสิ่งที่เกิดจากความสดใหม่

คุณจะรู้เทรนด์ได้โดยการคาดการณ์จากสิ่งที่ใหม่มากๆ

ว่าเรื่องที่เกิดขึ้น หรือหัวข้อนั้นๆ จะยังคงเป็นที่พูดถึงมากน้อยเพียงใด

หลังจากเวลาที่ผ่านไปในระยะยาว

 

ในระยะสั้น ความสดใหม่นั้น หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพ

ก็คือคลื่นใต้น้ำที่พัดเข้าหาฝั่ง

ส่วน เทรนด์ นั้นก็คือสิ่งที่หลงเหลือบนชายหาดนั่นเอง

ดังนั้นแล้ว ใครก็ตามที่สามารถรู้ได้ก่อนว่าอะไรที่จะหลงเหลืออยู่บนชายฝั่ง

ก่อนที่คลื่นจะซัดเข้ามาก็จะได้เปรียบทางธุรกิจอย่างแน่นอน

ความสามารถเหล่านี้ สามารถฝึกกันได้โดยอาศัยการฝึกฝน

วันนี้เรามี 5ข้อ ที่จะช่วยคุณวิเคราะห์เทรนด์ได้แม่นยำขึ้น

 

สิ่งๆนั้นมีประโยชน์อย่างแท้จริง

ในขณะที่ความสดใหม่นั้นมีความคลุมเคลือ ไม่ชัดเจน แต่เทรนด์นั้น จะเห็นชัดและง่ายกว่านั้น

จริงๆแล้วการดึงเอาข้อดีของเทรนด์มาใช้นั้นไม่ยากเลย

 

ยกตัวอย่างเช่น

จาก Case Study ของ Audi ที่สร้างรถ Hybrid ให้เป็นที่รู้จักแก่ตลาดในปี 1997

เทคโนโลยีในตอนนั้นที่ถือว่าใหม่มาก ในขณะนั้น ราคาน้ำมันต่ำ และราคาของรถนั้นแพง แน่นอนว่าการที่จะเป็นเจ้าของรถ Hybird แบบนี้ถือว่าไม่ตอบโจทย์สำหรับคนส่วนใหญ่

ความสดใหม่เหล่านั้นเองพัฒนาจะกลายมาเป็นเทรนด์ และยอมรับได้ในวงกว้าง

หลังจากที่ผู้บริโภครู้สึกสะดวกสบายและได้รับประโยชน์ พร้อมเข้าถึงเทคโนโลยีมากขึ้น

และกลายเป็นว่า คนตระหนักถึงราคาน้ำมันมากขึ้น ส่งผลให้ราคาของรถขยับลงมาไปโดยปริยาย

 

เข้าถึงผู้คนในวงกว้างและสามารถต่อยอดได้

ความสดใหม่ของเทรนด์ดึงดูดกลุ่มคนในวงที่จำกัด

สำหรับเทรนด์ที่จะนิยมในวงกว้าง โดยปกติแล้ว จะขึ้นอยู่กับต้นทุน

ความสดใหม่นั้นมีข้อจำกัดในการนำมาประยุกต์ใช้ ในขณะที่เทรนด์สามารถประยุกต์ใช้ได้แบบไม่มีขีดกำจัด ซึ่งความจริงแล้วเทรนด์นั้นมีการปรับตัว และถูกนำมาใช้อยู่ตลอดเวลา

หลายคนอาจจะยังไม่เห็นภาพ เราขอยกตัวอย่างจากเทคโนโลยีของโทรศัพทย์เคลื่อนที่ ที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกในปี 1940 ด้วยความที่สินค้ามีราคาแพง และเป็นเรื่องไม่ปกติที่จะใช้มัน ประกอบกับความไม่น่าเชื่อถือ และคนทั่วไปไม่ค่อยมีโอกาสที่จะโทรหาคนอื่นมากนัก ณ ขณะนั้น ทำให้มีกลุ่มคนจำนวนน้อยที่เข้าถึง

หลังจากที่ราคามีการปรับตัวลง การขยายโครงข่ายสัญญาณ และ เลขหมายที่ให้บริการมากขึ้น ผู้คนจึงทยอยหามาใช้งานมากขึ้นเช่นกัน จริงๆแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสินค้า หรือบริการแบบไหน มักจะมีจุดเชื่อมโยงระหว่าง ตัวเลขของผู้ใช้ และ ความก้าวหน้าของนวัตกรรม

 

มีความยั่งยืน

ในหลายๆความสดใหม่ อาจจะกลายมาเป็นเทรนด์ ยกเว้นความจริงที่ว่า มันอาจจะไม่สามารถสร้างกำไร และทำให้กลายเป็น mass ได้ในระยะยาว เฉกเช่นเดียวกับเคสของ เชื่อเพลิงชีวภาพ biofuel ที่ควรจะช่วยแก้ปัญหาพลังงานของโลกนี้

เชื้อเพลิงและน้ำมันต่างๆมีส่วนประกอบและความเกี่ยวข้องกับพืชที่ยังไม่ได้แปรรูป เช่น ถั่วเหลือง ซึ่งมันอาจจะดูเหมือนว่าในระยะยาว เทรนด์นี้ กำลังรอวันที่จะเกิดขึ้นมา

แต่ปัญหาก็คือ นักวิจัย และนักเคมี รวมถึงโรงงานผลิต ได้พบว่า ไม่สามารถผลิตพืชผลให้เก็บเกี่ยวเพื่อตลาดเชื้อเพลิงชีวภาพ โดยปราศจากผลกระทบที่รุนแรงต่อ ความต้องการในห่วงโซ่ของอุตสาหกรรมอาหารไม่ได้ ทำให้ไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร

 

สิ่งเหล่านั้นมีความเข้ากันกับเทรนด์อื่นๆ

อ้างอิงจากผู้เชี่ยวชาญด้านการจับเทรนด์ เธอคือ Lisa Suttora ได้แนะนำว่า

เทรนด์หลักๆที่เกิดขึ้นคือผลลัพธ์ของขั้นตอนบางอย่างที่เธอเรียกว่า การผสานเข้าด้วยกัน ซึ่งสิ่งนี้มักเกิดขึ้นจาก เทรนด์ที่มีนัยสำคัญ หลอมรวมกันจนกลายเป็น เทรนด์ใหญ่

หรือสามารถกล่าวได้ว่าเทรนด์ใหม่ๆสอดคล้องและเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิดเหตุการณ์สำคัญ

ยกตัวอย่างจากเคสของการกรอกของมูล e-tax” (Electronic Tax) ที่ทำให้สามารถใช้งานจริงได้ด้วยตัวซอฟท์แวร์ซึ่งเกิดจากโปรแกรมทำตารางอีกทีนึง (งงมั้ย)

แต่ในเคสนี้ได้รับความนิยมในวงกว้างด้วยเหตุผลที่ว่า สิ่งเหล่านี้ผสานเข้าด้วยกัน และส่งเสริมกัน! ยิ่งเทรนด์ผสานกันมากขึ้นเท่าไร ยิ่งส่งผลให้เทรนด์มีพลังและอยู่ได้นานมากขึ้น อย่างในเคสนี้ก็คือการผสานกันของเทคโนโลยี paperless documentation, cloud computing และ mobile technology นั่นเอง

 

สิ่งเหล่านั้นมีเรื่องราว

เทรนด์ก็เหมือนกับแฟชั่น หลายๆเทรนด์ไม่ใช่เรื่องใหม่เลย อาจจะเคยเกิดขึ้นแล้วด้วยซ้ำในอดีตที่ผ่านมา แต่อยู่ในรูปแบบที่ต่างออกไป ซึ่งส่งผลให้เทรนด์นั้นดูสดใหม่! สิ่งที่ทำให้มันดูใหม่ เพราะว่ามันอยุ่ในสภาพแวดล้อมและ context ที่ใหม่ และการปรับใ้ช้ใหม่ๆ ต่างหาก เช่นในกรณีของ เส้นใยสังเคราะห์ ซึ่งจริงๆแล้วมันคือ พลาสติก

ใยสังเคราะห์ โพลีเอสเตอร์ อะครีลิค และ ไนลอน เกิดขึ้นมาในช่วงยุค 1920s แต่ได้รับการตกแต่งในชื่อใหม่ในช่วงกลางยุค 1990s ในชื่อแบรนด์หรือที่จดทะเบียนต่างๆเช่น CoolMax® Ultrex® และ Ripstop®

สิ่งเหล่านี้คือเวอร์ชั่นใหม่ของใยสังเคราะห์ที่กล่าวมาข้างต้นนั่นเอง

 

 

สรุปแล้ว หลังจากที่ได้อ่านกันมา 5ข้อ แล้ว เราควรจะต้องเริ่มถามตัวเองว่า

สิ่งใหม่ๆอะไรที่เป็นประโยชน์บ้าง? อะไรที่สามารถประยุกต์ใช้ได้อีก? อะไรที่จะยั่งยืนได้บ้าง? หรืออะไรที่สามารถส่งเสริมกันได้บ้าง? หากคุณจะเริ่มทำธุรกิจแล้วล่ะก็

คุณอาจจะต้องเริ่มเป็น first adopter ตั้งแต่ตอนนี้เลย

ที่มา Businessknowhow

อ่านข่าวและบทความเพิ่มเติมไดที่ Zanroo Blog

Request a demo.

See Zanroo in action.