fbpx "แบ่งประเภทลูกค้า" ดียังไง? ทำไมต้องทำ? | Zanroo

ไม่ว่าแบรนด์หรือธุรกิจในทุกวันนี้ จะมีตลาดที่เฉพาะกลุ่มขนาดไหน หรือแบรนด์จะ niche ซักเท่าไร 

แต่ยังไงๆแล้วคุณก็ต้องมีการแบ่ง “ประเภทของลูกค้า” หรือ “กลุ่มเป้าหมาย” อยู่ดี 

และมันก็คือว่าเป็นโจทย์ที่หินพอสมควร สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก ไปจนถึงระดับกลางที่จะแบ่งประเภทลูกค้าออกมาในแต่ละระดับ

แต่ไม่ต้องกังวล เพราะในบทความนี้ เราจะช่วยให้คุณทำสิ่งเหล่านี้ได้ง่ายยิ่งขึ้น

 

การแบ่งประเภทลูกค้าและกลุ่มเป้าหมาย

เป็นสิ่งพื้นฐานที่จะสามารถจำแนกลูกค้าออกมาให้เห็นภาพง่ายขึ้นโดยใช้เกณฑ์เหล่านี้

  • Demographic เช่น เพศ อายุ สถานภาพการสมรส รายได้ การศึกษา
  • Geographical เช่น พื้นที่ที่เฉพาะจง เช่น อำเภอ เมือง จังหวัด
  • Psychographic เช่น สถานะทางสังคม ไลฟ์สไตล์ หรือ บุคคลิกภาพ
  • Behavioral เช่น ระยะเวลาและพฤติกรรมของสินค้าและบริการ

 

ทำไมการแยกประเภทลูกค้าถึงสำคัญ

สำหรับนักการตลาดในยุคนี้ การแบ่งประเภทของลูกค้า ถือเป็นเรื่องที่จำเป็นมาก

เพราะว่าการทำสิ่งเหล่านี้ ส่งผลดีต่อธุรกิจและบริษัทอย่างที่คุณคาดไม่ถึง เช่น

  • ช่วยให้ใส่ใจโฟกัสลูกค้ามากขึ้น
  • ช่วยให้บริษัทเติบโต
  • ช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาฐานลูกค้า

 

“การแยกประเภทลูกค้าจะช่วยให้คุณรู้ถึงกลุ่มเป้าหมายได้ชัดเจนมากขึ้น ทำให้คุณสามารถเลือกตอบโจทย์ลูกค้าได้ละเอียด เพราะสินค้าหรือบริการบางประเภทอาจจะไม่ได้เหมาะกับทุกคน และช่วยให้คุณประหยัดงบในการทำการตลาดอีกด้วย”

 

ช่วยให้ใส่ใจและโฟกัสลูกค้ามากขึ้น

ยิ่งคุณรู้จักลูกค้าดีมากเท่าไร คุณยิ่งชนะใจ และให้ลูกค้าได้ตรงตามความต้องการมากขึ้นเท่านั้น

สิ่งเหล่านี้จะช่วยสร้างมุมมองและอารมณ์ร่วมให้กับลูกค้า ซึ่งจะมีผลต่อความสัมพันธ์กับลูกค้ามากกว่าที่คุณคิด

ถ้าหากคุณเข้าใจลูกค้า คุณก็จะสามารถรู้ได้ว่าเมื่อไรที่ลูกค้าต้องการที่จะเปลี่ยนไปใช้สินค้าแบรนด์อื่นๆ

แทนการใช้สินค้าหรือบริการของคุณ ซึ่งจะช่วยให้คุณแก้ไขได้ทันเวลา

ยกตัวอย่างเช่น คุณอาจจะปรับปรุงสินค้าหรือบริการให้ตรงตามที่ลูกค้าต้องการ และทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า

คุณยอมปรับปรุงสิ่งเหล่านี้ เพื่อลูกค้าบางประเภท ซึ่งก็คือ พวกเขานั่นเอง

ยิ่งไปกว่านั้น คุณสามารถใช้ข้อมูลที่มีอยู่ในการเลือกโฆษณาหรือทำการตลาดกับลูกค้าบางประเภทที่

เฉพาะเจาะจงได้ โดยการเลือกกลุ่มลูกค้าที่คุณต้องการ แล้วสร้างกลุ่มลูกค้าใหม่ขึ้นมาที่มีความคล้ายคลึงกัน จะช่วยเพิ่มโอกาสทางการขายมากยิ่งขึ้นไปอีก

 

โอกาสในการขยับขยาย

เมื่อบริษัทของคุณเติบโต แน่นอนว่าย่อมมีโอกาสในการขยับขยาย

หากคุณมีหน้าร้าน การแยกประเภทกลุ่มลูกค้าและเป้าหมายสามารถช่วยคุณ

ในเรื่องของการทำกลยุทธ์ต่างๆในการที่จะเพิ่มหน้าร้านในพื้นที่ๆช่วยให้เข้าถึง กลุ่มๆคนที่มีพฤติกรรมคล้ายคลึงกับฐานลูกค้าคุณก็เป็นได้

 

ยกตัวอย่างเช่น Uber ที่ให้บริการรถยนต์และขนส่ง ได้เริ่มทำตลาดใน

San Francisco เพียงอย่างเดียว หลังจากที่บริษัทเติบโตขึ้นพร้อมสำหรับการขยับขยาย Uber ได้เริ่มมองเห็นโอกาส และเริ่มลุยพื้นที่ที่เป็นเมืองหลวงต่างๆทั่วประเทศ แทนที่จะขยายตลาดเป็นวงกว้างจากบริเวณรอบ San Francisco

หรือ Apple ที่สามารถจำหน่ายสินค้าให้ลูกค้าแต่ละประเภทได้อย่างไม่มีที่ติ

เพราะว่าสิ่งเหล่านี้คือการเข้าใจลูกค้าในสิ่งที่ลูกค้าต้องการ และ key message ที่สำคัญก็คือ รู้ความต้องการของลูกค้าแต่ละประเภท ถ้าหากคุณอยากที่จะเติบโต

 

การรักษาลูกค้า

เมื่อไรก็ตามที่ลูกค้าเชื่อใจคุณ คุณอาจจะคิดว่าโอกาสที่ลูกค้าจะกลับมาเพราะพวกเขากำลังตกอยู่ในสถานะการณ์คับขัน และแน่นอนว่าต้องการความช่วยเหลือ นั่นเป็นเพราะที่ผ่านมาคุณเคยช่วยเหลือหรือให้คำปรึกษา หรือบางทีเพราะคุณให้มากกว่าแค่การขาย แต่มันครอบคลุม pain point และแก้ปัญหาได้ถูกจุด

แต่จริงๆแล้วมันลึกกว่านั้น….

การแบ่งประเภทลูกค้าที่เหมาะสมนั้น คือการที่ติดต่อพูดคุยกับลูกค้า ถึงแม้ว่าจะปิดการขายแล้วก็ตาม คุณอาจจะส่งแบบสอบถามความพึงพอใจให้

แลกกับของรางวัลเล็กๆน้อยๆ หรือ อาจจะเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ที่จะช่วยให้ลูกค้าใช้งานสินค้าหรือบริการได้สะดวกหลังจากที่ซื้อไป หรือ อาจจะแยกพวกเขาไว้ใน mailling list สำหรับการส่งข้อมูลสำคัญ และการช่วยเหลือในอนาคต เช่น ส่งข้อความผลิตภัณฑ์ใหม่ หรือโปรโมชั่น ให้ลูกค้าได้ทันที

 

อ่านบทความแบบเต็มได้ที่ Insanegrowth

ที่มา Insanegrowth

Request a demo.

See Zanroo in action.