fbpx ทำความเข้าใจ Facebook Ads ขั้นพื้นฐานสำหรับมือใหม่ | Zanroo

       สิ่งที่สำคัญที่สุดก่อนที่คุณจะเลือกโฆษณาบน Social Networks ไม่ว่าจะช่องทางไหนก็ตาม

สิ่งที่ควรรู้ก่อนเป็นอันดับแรก นั่นก็คือ “จุดประสงค์” (Objective)ในการโฆษณา

เพราะเครื่องมือที่จะช่วยคุณในการทำโฆษณาเหล่านี้ จะช่วยให้งานของคุณสำเร็จได้ถ้าหากคุณ

มีเป้าหมาย (goals) ที่ชัดเจน

 

ในการโฆษณาบน Facebook นั้น สามารถแบ่งได้เป็น 3 Objective ใหญ่ๆก็คือ

Awareness หรือ การสร้างการรับรู้ให้ลูกค้า และ Audiences

Consideration เป็นการสร้างโฆษณาให้ลูกค้าพินิจพิจรณาในการเข้าถึง(Engage)มากขึ้น

และ Conversion คือ การเลือก Objective ที่คาดหวังและเน้นผลลัพธ์ที่ได้กลับมา

ซึ่งอาจจะเป็นเป็นยอดขาย หรืออื่นๆ

 

 

 

 

โดยทั้ง 3 Objective นั้น ยังอยู่ใน ขั้นตอนแรกของการโฆษณาเท่านั้น เพราะ Facebook ได้แบ่งรูปแบบของชุดโฆษณาไว้ 3 ระดับก็คือ

 

Level 1 – Campaign คือ การเลือก Objective หลักในการโฆษณาทีกล่าวไปข้างต้นข้างบน ก็ถือว่าอยูใน level ของ Campaign ซึ่งเราสามารถมาแก้ไขภายหลังได้หลังจากโฆษณาไปแล้ว

Level 2 – Ad Set ก็คือ ชุดโฆษณาที่คุณสามารถมีได้หลายๆชุดใน 1 campaign ยกตัวอย่างเช่น คุณขายแบรนด์เสื้อผ้า ใน Ad Set คุณอาจจะมีชุดนึงสำหรับเด็ก อีกชุดนึงสำหรับผู้ใหญ่ เป็นต้น

Level 3 – Ad หรือ ตัวโฆษณาจริงๆ เช่น คุณอาจจะมี 1 campaign และ 2 Ad Set โดยแต่ละ Ad Set จะมีโฆษณาที่หน้าตา (Format)ไม่เหมือนกัน เช่น Ad ตัวแรกมีแค่รูป แต่ Ad ตัวที่สอง เป็นรูปผสมวิดีโอ เป็นต้น

 

 

 

 

 

สำหรับวัตถุประสงค์ (Objective) หลักๆที่อยู่ใน level ของ Campaign นั้น มี 2 แบบ ก็คือ Brand Awareness และ Reach

 

Brand Awareness

เราเลือก objective นี้ เพื่อที่จะให้ลูกค้า หรือ คนที่เราต้องการที่จะขายสินค้าให้นั้น รับรู้ถึงการมีอยูของแบรนด์คุณมากขึ้น โดยการเลือกเลือก objective จะสอดคล้องกับการเลือกรูปแบบของโฆษณาด้วย โดยเราจะพูดถึงในส่วนท้ายบทความ

Reach

เป็นการเลือกโฆษณาเพื่อให้ได้จำนวนคน (audience) เห็นมากที่สุด ในงบ (Budget) ที่คุณตั้งไว้ ซึ่งคุณสามารถเลือกพื้นที่ในการโฆษณาได้ด้วย 

 

 

 

ต่อมา เรายังคงอยูใน level ของ campaign กันอยู่ แต่ขยับมาในส่วนของ Consideration ที่จะช่วยให้ลูกค้าหรือ audiences เข้ามาปฏิสัมพันธ์ (Engage) มากขึ้น

 

 

แบบแรกคือ Traffic

เราเลือกวิธีการนี้เพื่อเลือกให้คนที่เข้าชม (Traffic) บนหน้าเพจ แอป หรือ messenger มีการกระทำเพิ่มเติม เช่น ใช้กับ Ads ประเภท Link Ads ที่แนบลิ้งค์ไว้ โดยอาจจะเป็น Landing Page ที่เป็นหน้าเว็บไซต์ของคุณก็สามารถทำได้

Engagement

สำหรับตัวเลือกนี้ สามารถช่วยให้เพิ่มยอด follow บนแฟนเพจ หรือ มีปฏิสัมพันธ์บน คอมเม้นท์ แชร์ หรือ มีการไลค์เพิ่มขึ้น

App install

เพิ่มยอดการดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นโดยลิ้งค์ตรงไปที่ store online ต่างๆ เช่น App Store หรือ Google Play 

Video Views

เน้นการโปรโมตวิดีโอสำหรับผู้ที่มีพฤติกรรมการรับชมวิดีโอสูง โดยสามารถเลือกแสดงตามความชอบของผู้ชมได้

 

 

และ Objective สุดท้ายคือ Conversion ที่เน้นผลลัพธ์ที่ได้กลับมา

 

Conversion

คุณสามารถเลือกแบบ conversion ได้ กรณีที่ ถ้าหากคุณอยากได้ผลลัพธ์ที่ต้องการให้ผู้เข้าชมทำอะไรบางอย่าง และสามารถดูผลลัพธ์เป็นจำนวนได้ เช่น ผู้ซื้อสินค้า ผู้ที่มีแนวโน้มซื้อสินค้า ผู้สมัครใช้บริการ เป็นต้น โดยหากใช้คู่กับ Facebook Pixel จะสามารถรู้ไดถึงจำนวนคนที่เข้าใช้งาน พฤติกรรมการใช้งาน และอื่นๆอีกด้วย

 

Store Visits / Store Traffic

การเลือกวิธีนี้สามารถช่วยเพิ่มยอดขายและทราฟฟิกให้กับร้านคุณ ไม่ว่าจะเป็น Online หรือ Offline โดยอาจจะใช้กับร้านที่มีหน้าร้านจริงๆ หรือ ไมมีก็ได้

 

Catalogue Sales

คุณสามารถเลือกใช้วิธีนี้ในการโปรโมตสินค้าบางประเภทที่ขายดี โดยจะใช้ได้ดีกับ Dynamic Ads ซึ่งจะเลือกแสดงสินค้าตามหมวดหมู่ที่ผู้บริโภคสนใจ

 

 

โดยสรุปแล้ว คุณสามารถเลือกใช้ประเภทของการโฆษณา โดยขึ้นอยูกับความต้องการของคุณ เพื่อให้ตรงเป้าหมายที่สุด โดยแต่ละประเภทก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันไป ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่คุณจะต้องตอบตัวเองให้ได้ก็คือ เป้าหมายในการโฆษณา และ ข้อความที่จะสื่อไปถึงลูกค้า ในฟอแมตของโฆษณาที่เหมาะสม

 

อ้างอิง : Marketing on Facebook

 

 

วิธีเลือกลงโฆษณาให้เหมาะกับคุณ

Request a demo.

See Zanroo in action.