fbpx Retargeting และ Remarketing ต่างกันอย่างไร? | Zanroo

Retargeting และ Remarketing ต่างกันอย่างไร?

 

 

อะไรคือการ Retargeting?

 

จริงๆแล้วการ Retargeting นั้น คือการที่เราเข้าถึงกลุ่มคนถึง 98% ที่เคยเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ แต่ว่า call to action ไม่สำเร็จ (เช่น ชำระสินค้าผ่านหน้าเว็บ, ดาวน์โหลด หรือ กรอกฟอร์ม)

เว็บไซต์ของคุณอาจจะมีทราฟฟิกเยอะ แต่ในความเป็นจริงแล้วค่าเฉลี่ยของผลลัพธ์ที่ได้กลับมา (Conversion Rate) สำหรับทราฟฟิกทีมีการเข้ามาเยี่ยมชมครั้งแรกแค่ 2%  แล้วมันจะมีความหมายยังไง ถ้าคุณได้แค่ทราฟฟิก แต่ไมได้ยอดขาย?

 

 

Retargeting ทำงานอย่างไร?

 

การ Retargeting คือขั้นตอนในการติดตามผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมหลังจากที่ออกจากเว็บคุณไปแล้ว โดยการใช้ “Cookie”

เมื่อผู้ใช้งานเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์คุณ ตัว Browser จะทำการดรอป Cookie (Cookie คือส่วนหนึ่งของข้อมูลที่ถูกฝังอยู่ใน browser ที่ช่วยในเรื่องของการติดตามบนหน้าเว็บไซต์) และจะเริ่มนำกลยุทธ์ของการ retargeting มาใช้โดยการวาง Ads ของคุณบนหน้าเว็บไซต์อื่นๆเพื่อเป็นการหลอกล่อให้ผู้ใช้คลิ๊กที่โฆษณา และกลับมาสู่หน้าเว็บของคุณ

ซึ่งโฆษณาพวกนี้ถูกตั้งเป้าหมายเฉพาะผู้ใช้ที่”แสดงความประสงค์” แต่ทำ call to action ไม่สำเร็จ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมถึงเรียกว่าการทำ “retargeting”

 

 

สรุปแล้วขั้นตอนในภาพรวมของการ Retargeting นั้นประกอบด้วย

 

  1. ผู้ใช้เยี่ยมชมเว็บไซต์
  2. ผู้ใช้ออกจากเว็บไซต์ไปโดยทำ call to action ไม่สำเร็จ
  3. ผู้ใช้เยี่ยมชมเว็บไซต์อื่นๆ
  4. โฆษณาของคุณ แสดงขึ้นมาบนหน้าเว็บอื่นๆที่ผู้ใช้กำลังชมอยู่
  5. ผู้ใช้ที่เคยชมเว็บคุณแล้ว เกิดนึกขึ้นได้ หรือสนใจขึ้นมาอีกครั้ง และคลิ๊กที่โฆษณา แล้วกลับมาที่เว็บไซต์ของคุณ เพื่อทำ call to action ให้สำเร็จ

 

แล้วอะไรคือความแตกต่าง ระหว่าง Retargeting และ Remarketing?

 

ในบางครั้งคำว่า Retargeting และ Remarketing อาจจะถูกเรียกและเข้าใจสลับกัน ซึ่งจริงๆแล้วสองคำนี้มีส่วนต่างที่สำคัญอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

“Retargeting”  ใช้กับการที่เรายิงโฆษณาไปหากลุ่มลูกค้าที่มีแนวโน้มสูง (Protential Customers) โดยอ้างอิงจากการใช้ cookies 

ขณะเดียวกัน “Remarketing” ส่วนใหญ่จะใช้แพลตฟอร์มเช่น เว็บไซต์ อีเมล์ แอปพลิเคชั่น โดยทำการเก็บข้อมูลลูกค้า และทำการแบ่งประเภทไว้ เพื่อส่งอีเมล์สำหรับการขายต่อไป เพื่อให้เกิดความต้องการซื้อขายทันที

จะว่าไปแล้วทั้งสองแบบนี้ต่างก็มีข้อดีข้อเสียและผลลัพธ์หรือจุดประสงค์ที่ต่างกัน แต่ถ้าหากใช้งานทั้งสองแบบ ก็ถือว่าเป็นกลยุทธ์ในการทำการตลาดออนไลน์ที่จะช่วยเพิ่มช่องทางและโอกาสการขายมากขึ้นอย่างแน่นอน

(อ้างอิง:outbrain.com)

 

แล้วการ Retargeting มันได้ผลจริงหรอ?

 

ทุกๆเว็บไซต์นั้นมีผู้ที่เข้าชมแล้วทำ call to action หรือ ชำระเงินไม่สำเร็จ เป็นเรื่องปกติ ซึ่งการ Retargeting ถือเป็นวิธีที่ได้ผลในการเรียกผู้ใช้เหล่านั้นกลับมา เพราะพวกเขาเหล่านั้นมีความตั้งใจที่จะซื้ออยู่แล้ว

ด้านล่างนี้คือสถิติของการ retargeting อ้างอิงจากข้อมูลหลายแห่ง

  • หลังจากทำการ retargeting ด้วยโฆษณาพบว่า 70% ของผู้ใช้มีแน้วโน้มที่จะเปลี่ยนใจ
  • อ้างอิงจาก retargeting.com การ retargeting คือเครื่องมือที่ช่วยองค์กรเข้าถึง 98% ของผู้ใช้ที่ไม่เปลี่ยนใจทันทีหลังเห็นโฆษณา
  • อ้างอิงจาก Jeff Jarret, VP of Digital Matketing ของ Kimberly-Clark พบว่า conversion rate ของลูกค้าที่เคยถูก retargeting นั้นอยู่ที่ประมาณ 50-60% ซึ่งสูงกว่าคนที่ไม่เคยถูก retargeting

 

เครืองมือในการ Retargeting แล้วแหล่งข้อมูลที่คุณสามารถใช้ได้

 

การ retargeting จะได้ผลก็ต่อเมื่อคุณมีกลยุทธ์ และการวางแผนที่ดี รวมไปถึง คอนเท้นต์ ที่จะช่วยเพิ่มทราฟฟิกเข้าเว็บไซต์คุณ (อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ต้องเคยเยี่ยมชมเว็บไซต์ของคุณก่อนถึงจะ retarget ได้) ซึ่งการ retargeting ก็ยังถือว่าเป็นแค่ส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การตลาด ที่ไม่สามารถทำให้เห็นผลได้ชั่วข้ามคืน

สำหรับเครื่องมือที่ช่วยในการทำ retargeting นั้นมีหลายแบรนด์และบริการ เช่น Google Remarketing ที่สามารถช่วยให้สร้างโฆษณาได้น่าสนใจ รวมถึงช่วยจัดการ ติดตามข้อมูลในแต่ละแคมเปญได้ง่ายขึ้น

 

 

Retargeting ดีกับใคร แล้วใครได้ประโยชน์บ้าง

 

การทำ retargeting นั้นให้ผลลัพธ์ที่ดี และเหมาะกับธุรกิจทุกประเภทที่เกี่ยวการขายสินค้าและบริการ ตั้งแต่ธุรกิจขนาดเล็กไปจนธุรกิจขนาดกลาง และธุรกิจขนาดใหญ่เองก็สามารถได้ประโยชน์จากตรงนี้ในการเปลี่ยนลูกค้าที่มีแค่แน้วโน้มในการซื้อ ให้กลายมาเป็นยอดขายจริงๆได้

 

ที่มีมา :  Outbrain

#zanroo

#zanrooarticle

Request a demo.

See Zanroo in action.