fbpx "Internet Of Things [IoT]" คืออะไร? จะเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตของเรายังไงบ้าง? | Zanroo

การเติบโตของ IoT หรือ Internet Of things ถือว่าเป็นคำที่ได้ยินบ่อยครั้งในช่วง 2-3 ปีมานี้ในประเทศไทย

แต่ในหลายๆประเทศ IoT ได้เป็นทีรู้จักไปก่อนหน้านั้นแล้ว ซึ่งสิ่งๆนี้ไม่เพียงแค่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตประจำวันของเรา แต่ยังส่งผลถึงรูปแบบการทำงาน และการใช้ชีวิตของคุณอีกด้วย

 

สรุปแล้ว อะไรคือ Internet Of Things จริงๆกันแน่ล่ะ? แล้วมันจะส่งผลยังไงบ้าง?

จริงๆแล้วเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ IoT นั้นมีความซับซ้อน แต่จะขออธิบายสั้นๆและเข้าใจง่ายที่สุด โดยเรามาเริ่มจากปัจจัยหลักๆของ IoT กันก่อนซักนิดนึงโดยเริ่มจาก

 

Internet Broadband

การเช่ือมต่ออินเตอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงนั้นสามารถเข้าถึงได้ง่ายและเร็วมากกว่าแต่ก่อน และราคานั้นนับวันก็ยิ่งถูกลง มีอุปกรณ์มากมายที่ถูกสร้างขึ้นและรองรับการเชื่อมต่อเหล่านี้ ซึ่งส่งผลให้ยอดขายของ smartphone พุ่งสูงขึ้นเป็นจรวด ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นเรืองดีของ IoT

 

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว คุณคงจะยังนึกไม่ออกว่า IoT คืออะไรใช่มั้ย? 

 

มาต่อกันเลย คุณอาจจะมอง IoT ให้ง่ายกว่านั้นผ่านคอนเซ็ปง่ายๆคือ การเช่ือมต่อของอุปกรณ์ต่างๆที่มีปุ่มเปิดปิดสำหรับการเช่ือมต่ออินเตอร์เน็ต และการเชื่อมต่ออุปกรณ์อื่นๆ ซึงสิ่งเหล่านี้นั้นรวมไปถึง smartphone, เครื่องชงกาแฟ, โคมไฟ, นาฬิกา และอื่นๆอีกมากมายที่คุณจะสามารถนึกถึงได้ สิ่งที่กล่าวมาเหล่านี้คือส่วนนึงที่จะช่วยขับเคลื่อน IoT ได้

 

ยกตัวอย่างเช่น เครื่องยนต์ของเครื่องบิน หรือแท่นขุดเจาะน้ำมันที่มีสวิทช์เปิดปิด นั่นก็ถือเป็นอุปกรณ์ที่เข้าข่ายการเป็นอุปกรณ์ IoT

 

จากการวิเคราะห์ของ Gartner คาดการณ์ไว้ว่าภายในปี 2020 จะมีอุปกรณ์ IoT มากกว่า 26พันล้านเครื่องที่เชื่อมต่อกัน ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นอาจจะมากกว่าก็เป็นไปได้ ซึ่งเราอาจจะสรุปได้ว่า 

 

Internet of Things นั้น คือโครงข่ายการเชื่อมต่อของอุปกรณ์ หรืออะไรก็ได้ที่สามารถเชื่อมต่อได้ เช่น มนุษย์ หรืออื่นๆ เลยใช้ว่า “things” ซึ่งไม่ได้จำกัดแค่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ โดยรูปแบบการเชื่อมต่ออาจจะเป็นได้ทั้ง มนุษย์กับมนุษย์, มนุษย์กับสิ่งของ, มนุษย์กับอุปกรณ์ และ อุปกรณ์กับอุปกรณ์ ก็สามารถทำได้

 

แล้วสิ่งเหล่านี้ส่งผลกระทบยังไงกับคุณได้บ้าง?

 

กฏของโลกใหม่นั้น อาจจะกำลังถูกเขียนขึ้น อะไรก็ตามทีสามารถเชื่อมต่อได้นั้นจะถูกเชื่อมต่อ แต่ในโลกนี้มีอุปกรณ์เป็นล้านชิ้น ทำไมคุณถึงจะต้องการอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกันเองมากมายขนาดนั้น?

 

จริงๆมีตัวอย่างกรณีศึกษา ที่อาจจะช่วยทำให้คุณเข้าใจง่ายขึ้น รวมถึงมองเห็นโอกาสและประโยชน์ของสิ่งนี้ เช่น

คุณอาจจะกำลังขับรถไปประชุมสำคัญ ซึ่งรถของคุณอาจจะเชื่อมต่อกับปฏิทินที่สามารถเช็คตารางงานของคุณได้ ซึงมันก็จะเลือกเส้นทางที่ดีที่สุดให้คุณไปประชุมได้ทันโดยการเลี่ยงรถติด ซึงมันก็อาจจะส่งข้อความแจ้งเตือนกับผู้ร่วมประชุมได้หากคุณไปสาย 

หรืออาจจะเป็นตู้เย็นที่เชื่อมต่อกับซุปเปอร์มาร์เก็ต ที่ช่วยเตือนคุณเมื่อของในตู้เย็นใกล้หมด แถมสามารถสั่งของได้เอง

หรือถ้าหากเราจะพูดถึงสเกลใหญ่กว่านั้น  IoT สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับ Smart City และ โครงข่ายการขนส่งได้โดยสามารถลดการเกิดมลพิษ และเพิ่มการประหยัดพลังงานได้ 

 

โดยสรุปแล้วก็คือ IoT สามารถช่วยการเชื่อมต่อเปิดกว้างมากขึ้น พร้อมช่วยให้ง่าย สะดวก และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งในอนาคตนั้น IoT สามารถนำไปพัฒนาและต่อยอดได้อย่างไม่รู้จบ และอาจจะกลายเป็นโครงข่าย ที่สุดท้ายแล้วเราอาจจะใช้ชีวิตโดยไม่มีสิ่งเหล่านี้อำนวยความสะดวกไม่ได้อีกต่อไปก็เป็นได้

 

อ้างอิง FORBES

เรียบเรียงและแปลโดย Zanroo

#zanroo

#zanrooarticle

#crisismanagement

 

หลีกเลี่ยงการ Disrupt ยังไงให้อยู่รอดสำหรับธุรกิจองค์กร

Request a demo.

See Zanroo in action.